กมธ.แก้ปัญหาหนี้สินแห่งชาติเร่ง…


กมธ.แก้ปัญหาหนี้สินแห่งชาติเร่งระดมความเห็นช่วยผู้เดือดร้อนจากภาระหนี้
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    20 กุมภาพันธ์ 2554 15:53 น.

ศูนย์ข่าวขอนแก่น – กรรมาธิการ แก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ ร่วมกับธนาคารออมสิน บริษัทข้อมูลเครดิต และชมรมปฏิรูปสิทธิลูกหนี้เชิญประชาชนที่ขึ้นทะเบียนเพื่อการแก้ไขปัญหา หนี้สิน และผู้สนใจจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนเข้าร่วมการสัมมนาโครงการ “ เศรษฐกิจพอเพียงกับการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ” ณ ห้องประชุมวิทยาทัศน์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อ.ปากเกล็ด จ.นนทบุรีในวันจันทร์ที่ 21 ก.พ.นี้

นางเพชรรัตน์ ไชยกาล รองประธานชมรมปฏิรูปสิทธิลูกหนี้ เปิดเผยว่า เนื่องในวโรกาสอันเป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเจริญพระ ชนพรรษา ครบ 7 รอบ 84 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ คณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ ร่วมกับธนาคารออมสิน บริษัทข้อมูลเครดิต และชมรมปฏิรูปสิทธิลูกหนี้จัดทำโครงการ “ เศรษฐกิจพอเพียงกับการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล กิจกรรมโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสร้างขวัญ และกำลังใจประชาชนที่แบกรับปัญหาที่เป็นภาระหนี้สิน ให้รู้จักการคิดโดยนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน

ซึ่งหลายคนอาจต้องหยุดกิจการทำให้ขาดรายได้ในการดำรงชีวิต มีภาระหนี้สินจำนวนมาก ไม่มีเครดิตทางการเงินทำให้ขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการแก้ ปัญหา

ทั้งนี้หลายครอบครัวต้องหันไปพึ่งพาบริการเงินกู้นอกระบบ ความเดือดร้อนจากปัญหาหนี้สินทำให้ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ถูกบังคับคดี หรือทรัพย์สินอาจถูกขายทอดตลาด ถูกฟ้องล้มละลาย และศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็จขาด เช่นปัญหาการถูกยึดบ้านอันเป็นที่อยู่อาศัย ครอบครัวขาดความอบอุ่น ครอบครัวแตกแยก เด็กและเยาวชนต้องออกจากสถานศึกษา ทำให้เกิดปัญหาทางสังคมตามมามากมาย

ดังนั้น การหาทางออกด้วยการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อชีวิตใหม่บนความพอเพียง ซึ่งคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ (รัฐสภา)จึงมีนโยบายที่จะขับเคลื่อนเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยการประสานความร่วมมือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องโดยการจัดการสัมมนาเชิงปฎิบัต ิการใน ” โครงการ เศรษฐกิจพอเพียงกับการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ” ในวันจันทร์ที่ 21 ก.พ.นี้ ตั้งแต่เวลา 08.30 น.เป็นต้นไป ณ ห้องประชุมวิทยาทัศน์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อ.ปากเกล็ด จ.นนทบุรี

โดยภาคเช้าพบกับเวทีเสวนา หัวข้อ ” พลังชีวิตพิชิตหนี้ ” โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากกระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน นายสุรพล โอภาสเสถียรกรรมการผู้จัดการบริษัทข้อมูลเครดิต และกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ ดร.ผุสดี ตามไทเป็นผู้ดำเนินรายการ เสวนา จากนั้นฟังบรรยายพิเศษ หัวข้อทำอย่างไรให้ผู้หญิงหลุดบ่วงหนี้อย่างถาวร โดย(คุณโจ) มณฑานี ตันติสุข

ส่วนภาคบ่ายแบ่งกลุ่มย่อย 5 กลุ่มพบที่ปรึกษาธนาคารออมสิน และรับฟังบรรยายพิเศษ ชนะใจชนะหนี้ โดยนาง อุษา เศษพานิช ผู้เคยได้รับรางวัลแม่ดีเป็นศรีของชาติ ปี ๒๕๕๒ และเปิดโอกาสตอบข้อซักถาม ผู้ร่วมสัมมนาครั้งนี้สามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในการ สร้างวินัยให้ตนเองอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ที่มา  http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000022467

3 ความเห็น

มีชมรมแบบนี้บ้างก็ดี จะได้มีทางออกบ้าง

การเป็นหนี้ก็เหมือนกันทุกระบบ ไม่ว่าหนี้ส่วนบุคคลหรือหนี้ที่เป้นนิติบุคคล หรือบริษัทห้างร้านต่าง ๆ ถ้าทุนหมุนเวียนหยุดชะงัก ระบบทั้งระบบก็ล้มเหมือนปี 2540 ที่ธนาคารหยุดให้สินเื่ชื่อแก่นิติบุคคลต่าง ๆก็เกิดภาวะล้มละลาย หนี้บุคคลทั่วทั่วไปก็เหมือนกัน เกิดจาภาวะมีหนี้สินมากและไม่สามารถเพิ่มเครดิตให้กับตนเองได้ จะสังเกตุเห็นว่าคนที่เริ่มทำงานและเริ่มมีหนี้สินจะอยู่ในวัยหนุ่มสาวหรือเริ่มมีครอบครัวใหม่ เริ่มจากกู้ซื้อบ้าน ซื้อรถ พออยู่มาอี5ปี หรือ10ปี ก็มีลูกเพิ่มมาอีก1หรือ2หรือ3คน ภาระจะเริ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องกู้สินเชื่อเพิ่มเข้ามาอีกคือ สินเชื่อเพื่ออุปโภคและบริโภค แต่ทั้งนี้คน 1 คน ไม่ควรมีหนี้สินเกิน 100 เท่าของรายได้ตนเอง และต้องให้เวลาในการชำระคืนไม่เกิน 300 งวดหรือ25ปีสำหรับผู้มีหน้าที่การงานที่มั่นคง อย่างเช่นข้าราชการต่าง ๆ คนที่เป็นหนี้จะเริ่มเป็นหนี้จากความสามารถในการกู้เงิน เงินเดือนน้อยก็กู้ได้น้อย เงินเดือนก็กู้ได้มาก ถ้าธนาคารหยุดปล่อยกู้ทันทีหรือไม่ให้สินเชื่อเพิ่มขึ้นอีกตามเงินเดือน จะเห็นว่าเงินเดือนที่เหลือบุคคลเหล่านี้ ก็จะหาแหล่งเงินทุนอื่น ที่มีดอกแพงและเกิดปัญหาอย่างเช่นทุกวันนี้ ถึงแก้อย่างไรก็ไม่มีวันสำเร็จแน่นอน ทางที่ดีควรหาทางออกที่เหมาะสมให้กับคนที่เป็นหนี้ คือต้องปล่่อยกู้ต่อไปในสภาพปัจจุบันคิดว่า 100เท่าของเงินเดือนเหมาะสมที่สุด ส่งชำระคืน 300 งวด และดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ 5-7 ดีที่สุด ข้อต่อไปควรมีเงินเพิ่มนอกจากเงินเดือนให้อีกประมาณไม่น้อยกว่าเดือนละ 3000 บาท ข้อสุดท้ายควรมีกองทุนรองรับการเสียชีวิตของคนที่เป็นหนี้ เช่นข้าราชการ ควรมีฌาปนกิจสงเคราะห์ เช่นมีข้าราชการ 3000000 คน เก็บคนละ 1 บาท ต่อศพ 1 ศพ เมื่อผู้เป็นหนี้เสียชีวิต จากเงิน 1 บาท ก้สามารถจะกลายเป็นเงินล้านสำหรับใช้หนี้ได้ โดยเก็บเงินจากสมาชิกด้วยกันเอง และการปล่อยสินเชื่อควรบังคับให้คนที่มีรายได้มัครเข้ากองทุนทุกคน เช่น ข้าราชการเข้ากองทุนฌาปนกิจข้าราชการ พนักงานบริษัทเข้าฌาปนกิจเอกชน ชาวนาเข้าฌาปนกิจเกษตรกร ถ้ารัฐบาลทำอย่างนี้ ต่อไปเราไม่ต้องกังวลเรื่องหนี้สินอีก ทุกอย่างก็จะเป็นไปตามระบบของมันเอง เพราะในชีวิตของคนเราีความต้องการพื้นฐานคือ บ้าน รถยนต์ อาหาร ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ เมื่อเขาสามารถดำรงชีพอยู่ได้ด้วยการกู้เงิน เราก็ต้องหาวิธีทำให้เขามีหลักประกันว่าเมื่อตายหนี้จะไม่สูญ และอาจยังเหลือตกทอดเป็นมรดกให้ทายาทอีกด้วย

เป็นสิ่งที่ดีมากหากทำได้จริง ๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: