หอการค้าขอนแก่นจัดประชุมการเตรียมความพร้อมการเข้าสู่การแข่งขันในตลาดอาเซียน


หอการค้าขอนแก่นจัดประชุมการเตรียมความพร้อมการเข้าสู่การแข่งขันในตลาดอาเซียน
ข่าว /เพชรรัตน์ ไชยกาล/ทีมข่าว สวท.ขอนแก่น
1 เมษายน 2554

วันนี้ ( 1.เม.ย.54) หอการค้าจังหวัดขอนแก่นเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสัมมนา ในหัวข้อ  โอกาสทองของนักธุรกิจชาวขอนแก่นกับการเปิดการค้าเสรี  ที่ห้องประชุมโรงแรมโฆษะ จังหวัดขอนแก่น โดยเชิญนักธุรกิจ ผู้ประกอบการเข้าร่วมประชุม  จึง นับเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งเตรียมความพร้อมเพื่อใช้โอกาสจาก ความร่วมมือควบคู่ไปกับการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นท่ามกลางสภาวะแวด ล้อมและการแข่งขันในตลาดการค้าโลก

ดร.สุชาติ  เกติมา ผู้อำนวยการสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง  มหาวิทยาลัยขอนแก่นกล่าวว่า   ใน บรรดากลุ่มเศรษฐกิจต่างๆของโลก อาเซียนนับเป็นกลุ่มเศรษฐกิจที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในแวดวงการค้า ระหว่างประเทศในปัจจุบัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมเป็นต้นมา โดยมีประเทศสมาชิกอาเซียน เดิม 6 ประเทศคือ มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย บรูไน และประเทศไทย   ซึ่งจะต้องลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกันลงเหลือ 0%ในเกือบทุกสินค้าที่ขายกันภายใต้ AFTA ยกเว้นสินค้าอ่อนไหวเพียงไม่กี่ราย  ขณะที่สมาชิกอาเซียนใหม่มี 4 ประเทศได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว พม่าและประเทศเวียดนาม จะทยอยลดอัตราภาษีลงเหลือ  0% ภายในปี 2558 ดังนั้นโอกาสของสินค้าไทยในอาเซียน แม้กรอบข้อตกลงภายใต้ AEC ประกอบ ด้วยการเปิดเสรีหลายด้านทั้งสินค้า บริการ การลงทุน เงินทุน และแรงงานฝีมือ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ประเด็นการค้ามีกรอบข้อตกลงที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับการเปิดเสรีในด้านอื่นๆ ทั้งนี้จากการศึกษาในเบื้องต้นเกี่ยวกับโอกาสและการแข่งขันของสินค้าไทยใน ตลาดอาเซียน ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่า  เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของสินค้าไทยที่อยู่ในสถานะได้ เปรียบ ตลอดจนอัตราการใช้สิทธิการส่งออกภายใต้กรอบข้อตกลง   พบ ว่าสินค้าส่งออกที่ไทยได้เปรียบเหนือคู่แข่งในตลาดอาเซียน ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสทางการค้าของผู้ประกอบการไทย โดยจำแนกรายตลาดได้ดังนี้คือ ตลาดอินโดนีเซีย   มาเลเซีย   ฟิลิปปินส์    เวียดนาม    กัมพูชา   และตลาด สปป.ลาว

ขณะ เดียวกันอาเซียน ได้กดดันให้สินค้าไทยบางรายการต้องเร่งปรับตัว เพื่อสร้างโอกาสได้เปรียบจากการเปิดเสรี สินค้าอีกจำนวนหนึ่ง ได้รับผลกระทบทางลบจากการเปิดเสรีทางการค้า อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งมีทั้งสินค้าเกษตร   และสินค้าอุตสาหกรรม สินค้าไทยที่เสียเปรียบการแข่งขันในตลาดอินโดนีเซีย    นำ เข้าจากประเทศอื่นมากขึ้นเช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และจีน สำหรับผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติก ส่วนแบ่งทางการตลาดลดลง โดยเฉพาะจากคู่แข่งสำคัญอย่างจีน มาเลเซีย สิงคโปร์และเวียดนาม ส่วนในตลาดมาเลเซียได้แก่ ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง ซึ่งไทยเริ่มสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้  ตลาดเวียดนาม  ซึ่ง สินค้าในกลุ่มดังกล่าวจะอยู่รอดได้หากสามารถปรับตัวได้อย่างเร่งด่วน เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน สำหรับสินค้าเกษตรต้องมีแนวทางการปรับตัวที่สำคัญได้แก่ การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ซึ่งอาจทำได้โดยการปรับปรุงพันธุ์ การบำรุงดิน การปรับปรุงระบบชลประทาน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีการผลิตเข้ามาช่วยในการเพาะปลูก   และ การเก็บเกี่ยว โดยนำไปแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าแทนการส่งออก ส่วนแนวทางการปรับตัวของสินค้าอุตสาหกรรมได้แก่ การหันมาแข่งขันด้านคุณภาพแทนการแข่งขันด้านราคา โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ๆในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ไทย โดยให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปตามโครงสร้างประชากร และการเปลี่ยนแปลงสภาพทางสังคม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: